
บรรยากาศใน งานแฟร์สุขภาพ 2026 ปีนี้เป็นเวทีประกาศศักยภาพสมุนไพรไทยสู่ระดับสากลอย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลสัมมนาชี้ชัดว่าผู้บริโภคทั่วโลกต้องการผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ตรวจสอบที่มาได้จริง ส่งผลให้พืชไทยหลายชนิดกลายเป็นเป้าหมายของนวัตกรรมสุขภาพยุคใหม่ บทความนี้จะสรุปทุกประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้กันเลย ให้ก้าวทันเทรนด์โลกจะมีอะไรบ้างต้องตามไปดู
ทิศทางสมุนไพรไทยในตลาดส่งออก จากภูมิปัญญาสู่เศรษฐกิจหมื่นล้าน
สมุนไพรไทยได้รับความนิยมในระดับสากลมาอย่างยาวนาน จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องเทศในตำรับอาหาร สู่การเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรม Wellness โลก สถิติที่นำเสนอในงานสัมมนาปีนี้พบว่า มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรของไทยพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา มียอดรวมการส่งออกพุ่งสูงถึง 15,600 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปี 2026 นี้จะเติบโตขึ้นอีก 12% หรือแตะระดับ 17,500 ล้านบาท ผ่านคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) ที่ต้องการสารสกัดออร์แกนิกเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยยะ

ปัจจัยที่ทำให้สมุนไพรไทยครองใจคนทั่วโลกคือความหลากหลายทางชีวภาพที่หาได้ยากในภูมิภาคอื่น ผสานกับภาพลักษณ์ “ศูนย์กลางสุขภาพโลก” ( Medical Hub ) ที่ภาครัฐผลักดันอย่างหนัก สถิติจากเวทีเสวนาชี้ว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ยินดีจ่ายแพงขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ทำให้การปรับตัวจากเกษตรกรรมแบบเดิมสู่เกษตรอัจฉริยะเริ่มเห็นผล ดันไทยสามารถรักษาคุณภาพสารสำคัญในสมุนไพรได้คงที่ จนกลายเป็นจุดแข็งสำคัญที่ผลักดันให้เศรษฐกิจสมุนไพรไทยเติบโตสู่ระดับหมื่นล้านบาทอย่างสง่างามในปัจจุบัน
3 งานแฟร์สุขภาพ 2026 ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ
- Thailand Herb Expo 2026 (มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23): งานใหญ่ที่สุดของปีที่รวมนวัตกรรมการสกัดสมุนไพรไทยชั้นสูง พร้อมการโชว์เคสงานวิจัยระดับคลินิกที่พร้อมต่อยอดสู่ตลาดโลก
- Care Expo Thailand 2026: งานแสดงนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพและสังคมผู้สูงวัย ซึ่งปีนี้เน้นการนำ สารสกัดสมุนไพร ไทยมาใช้ในผลิตภัณฑ์ชะลอวัย (Anti-aging) และอาหารเสริมบำรุงสมอง
- Bio-Herb World Gate 2026: งานเจรจาธุรกิจระดับสากลที่เชื่อมโยงผู้ผลิตสมุนไพรไทยออร์แกนิกกับบริษัทยาข้ามชาติ โดยเน้นมาตรฐานความโปร่งใสและระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
ชี้เป้า 5 สมุนไพรดาวรุ่งไทย ตัวเอกบนเวที งานแฟร์สุขภาพ 2026
หนึ่งในประเด็นที่คนให้ความสนใจมากที่สุดในพื้นที่จัดแสดงคือนวัตกรรมการแปรรูป ซึ่งในงานได้มีการโชว์เทคโนโลยี สารสกัดสมุนไพร แบบสกัดเย็นที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นในปีนี้ สิ่งนี้ได้กลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้สมุนไพรไทย 5 ชนิดนี้โดดเด่นขึ้นมา เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและรักษาความคงตัวของสารสำคัญไว้ได้นานกว่าการผลิตแบบเดิมหลายเท่าตัว
- ขมิ้นชัน (Turmeric): ยังคงเป็นแชมป์ตลอดกาล โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีสารเคอร์คูมินอยด์สูงลิ่วสำหรับการลดการอักเสบระดับเซลล์
- กระชายขาว (Fingerroot): ดาวรุ่งที่ตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต้องการสูงมาก เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันระดับพรีเมียม
- กัญชง (Hemp): ปีนี้เน้นการส่งออกสารสกัด CBD ในรูปแบบนาโนที่ละลายน้ำได้ดีเยี่ยมสำหรับผสมในเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล
- ฟ้าทะลายโจร (Green Chiretta): ถูกยกระดับสู่ “Natural Antibiotic” ที่ตลาดยุโรปและอเมริกาเริ่มยอมรับในฐานะยาทางเลือกจากธรรมชาติ
- ใบบัวบก (Gotu Kola): ปรับภาพลักษณ์ใหม่สู่เวชสำอางระดับไฮเอนด์และอาหารเสริมบำรุงประสาทที่เน้นการโฟกัสและการจดจำ

เจาะลึกนวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากพืชท้องถิ่น
ในอดีตการใช้พืชท้องถิ่นมักจำกัดอยู่ในรูปแบบการต้มหรือบดผง ซึ่งสูญเสียสารสำคัญได้ง่ายเมื่อโดนความร้อน แต่ปัจจุบันมีการนำนวัตกรรม “Phyto-complex” มาใช้ ซึ่งเป็นการสกัดที่รักษาความสมดุลของสารสำคัญตามธรรมชาติไว้ได้ครบถ้วน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการนำ “ส้มควาย” หรือ “มังคุด” ไปใช้ในอุตสาหกรรมโภชนเภสัช (Nutraceuticals) ที่เน้นการรักษาโรคโดยไม่พึ่งพายาเคมี ทำให้พืชท้องถิ่นไทยถูกยกระดับเป็นสินค้ามูลค่าสูงทันที
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงนวัตกรรมการนำสารสกัดพืชท้องถิ่นไปผสมผสานในรูปแบบ “Active Ingredients” สำหรับกลุ่ม Personalized Healthcare เช่น การใช้สารสกัดจากกวาวเครือขาวที่คุมระดับฮอร์โมนได้แม่นยำด้วยระบบดิจิทัล นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยทลายกำแพงเรื่องการใช้งานที่ยุ่งยากในอดีต ทำให้พืชท้องถิ่นของไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองทั่วโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบชุมชนได้มากกว่าการขายเป็นพืชสดถึง 100 เท่า ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับปี 2026
มาตรฐานความปลอดภัย กุญแจสำคัญที่ทำให้ตลาดต่างชาติยอมรับ
หากจะบอกว่าประเด็นอะไรเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในงาน คงไม่พ้นเรื่อง “มาตรฐาน” กำแพงสูงที่อาจบั่นทอนเรื่องการส่งออกไม่ให้ถึงตามเป้า ทำให้ทิศทางใหม่ที่ภาครัฐฯ ผลักดัน มุ่งเน้นไปที่การใช้ระบบ Blockchain เพื่อแทรคคุมมาตรฐานสินค้า ประกอบร่วมกับที่ทางเว็บเรา tumblinerb.com ยังช่วยเน้นส่งเสริมเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีด้วยอีกทาง

มาตรฐานเหล่านี้ที่โฟกัสจะประกอบด้วย การตรวจหาสารปนเปื้อน โลหะหนัก และยาฆ่าแมลงอย่างเข้มงวด รวมถึงการควบคุมปริมาณสารออกฤทธิ์ให้สม่ำเสมอในทุกล็อตการผลิต นับเป็นสิ่งที่ “ตลาดพรีเมียม” ทั้งในญี่ปุ่นและอเมริกาให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง กว่าจะได้มาซึ่งคำว่าตลาดพรีเมียมต้องผ่านการคัดกรองอย่างหนักหน่วงเข้มงวด อะไรบ้าง ไปเช็กกันหน่อยกับ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้
5 ขั้นตอนการคัดกรองสมุนไพรก่อนส่งออกระดับโลก
- การคัดเลือกสายพันธุ์: เลือกสายพันธุ์ที่ให้สารสำคัญสูงสุดตามสภาพอากาศแต่ละท้องที่
- การปลูกแบบแม่นยำ (Smart Farming): ควบคุมความชื้นและสารอาหารในดินด้วยระบบเซนเซอร์
- การแปรรูปในห้องแล็บมาตรฐานสากล: ใช้เครื่องจักรทันสมัยที่ป้องกันการปนเปื้อนข้าม
- การตรวจวิเคราะห์ความคงตัว (Stability Test): เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์จะมีอายุการใช้งานยาวนาน
- การรับรองคุณภาพ (Certification): การขึ้นทะเบียนผ่านหน่วยงานระดับสากลเพื่อการส่งออกอย่างถูกต้อง
คาดอนาคตสมุนไพรไทย นิยามได้คือ “โอกาสไร้ขีดจำกัด”
บทสรุปจาก งานแฟร์สุขภาพ 2026 ในปีนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า “ความเชื่อ” ได้ถูกแทนที่ด้วย “ความจริงทางวิทยาศาสตร์” สมุนไพรไทยไม่ได้เป็นเพียงยาพื้นบ้านอีกต่อไป แต่คือวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมสุขภาพระดับสากลที่มีมูลค่ามหาศาล การที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความยั่งยืน จะช่วยให้ประเทศไทยคงความเป็นผู้นำในด้านการส่งออกสมุนไพรและสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชากรโลกได้อย่างแท้จริง